สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการขนส่งทางเรือ

Shipping

การขนส่งสินค้าทางเรือ เป็นวิธีการขนส่งเก่าแก่มีมาตั้งสมัยโบราณ ในอดีตมีการใช้แม่น้ำเป็นเส้นทาง ต่อมาจึงเกิดการขนส่งทางทะเลข้ามประเทศขึ้น ส่วนใหญ่ ณ ปัจจุบันนี้ใช้สำหรับขนส่งระหว่างประเทศ โดยการขนส่งทางน้ำนี้เหมาะกับสินค้าขนาดใหญ่ สามารถขนส่งได้ปริมาณมาก แต่ต้องเป็นสินค้าแข็งแรงยากแก่การเสียหาย เช่น ทราย , แร่ , ข้าวเปลือก , เครื่องจักร , ยางพารา เป็นต้นส่วน

องค์ประกอบของการขนส่งทางเรือ ได้แก่

  • ผู้ประกอบการขนส่งทางน้ำ
  • เรือที่ใช้ในการขนส่ง ได้แก่ เรือโดยสาร , เรือสินค้า , เรือเฉพาะกิจ เป็นต้น
  • ท่าเรือ
  • เส้นทาง แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ ภายในประเทศ , ชายฝั่งทะเล และระหว่างประเทศ

สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการขนส่งทางเรือ

ข้อดี ข้อเสีย

  • สามารถขนส่งได้ครั้งละปริมาณมากๆ เพราะการขนส่งทางน้ำเป็นการขนส่งที่มีจุดประสงค์ คือ ต้องการให้ต้นทุนต่ำที่สุด เพราะฉะนั้น เรือขนส่งจะต้องมีขนาดใหญ่ ประมาณ 1,000-2,000 ตัน ซึ่งเป็นเรือภายในประเทศ ส่วน2,000-30,000 ตันสำหรับเรือระหว่างประเทศ จะทำให้การดำเนินขนถ่ายสินค้าได้ในคราวเดียวรวมทั้งจะได้สินค้าจำนวนมาก
  • มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากใช้ความเร็วต่ำ ส่งผลอัตราการเกิดอุบัติเหตุจึงต่ำไปด้วย และการจราจรก็ไม่ติดขัดเหมือนการจราจรบนบก
  • ค่าขนส่งถูกกว่าการขนส่งทางอื่น

จากข้อดีของการขนส่งทางน้ำ จึงทำให้ในปัจจุบันปริมาณการขนส่งทางน้ำของไทยมีประมาณ 120 ล้านตัน ทั้งในเรื่องของน้ำมันเชื้อเพลิง 15-16 ล้านตัน , ข้าว 9-10 ล้านตัน , ปุ๋ย – วัสดุก่อสร้าง 14-16 ล้านตัน อย่างไรก็ตามถึงแม้การขนส่งทางน้ำจะมีจุดเด่น ในเรื่องของต้นทุนและปริมาณการขนส่งโดดเด่นกว่าการขนส่งประเภทอื่น แต่ถึงกระนั้นการขนส่งทางน้ำก็มีข้อเสียที่ผู้ผลิตต้องพิจารณาเพื่อประกอบการตัดสินใจ

ข้อเสีย

  • ความล่าช้าของการขนส่ง เพราะการขนส่งบรรทุกสินค้าต่อเที่ยวมาก จึงทำให้อัตราวิ่งต่ำมาก ระยะเวลาในการขนส่งจึงนาน เช่น การส่งเบียร์จากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดชลบุรี ด้วยรถยนต์ใช้เวลา 5 ชม. แต่การขนส่งทางเรือใช้เวลา 3 วัน เป็นต้น
  • ต้องจัดหาสถานที่เก็บปลายทาง เพราะสินค้าทางเรือมีปริมาณมาก แต่การรับสินค้าของลูกค้าไม่เหมือนกัน และไม่อาจบังคับให้ลูกค้ารับสินค้าในวันที่เราต้องการได้ การเก็บสินค้าหลายแห่ง จึงทำให้ปริมาณสินค้าที่ต้องเก็บเยอะมาก ไม่เหมือนการเก็บแห่งเดียวพร้อมกระจายไปถึงลูกค้าอย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้น การขนส่งทางน้ำจึงเหมาะแก่การเคลื่อนย้ายมากกว่าการจัดส่ง
  • ประเภทสินค้าค่อนข้างจำกัด เนื่องจากระยะเวลาการจัดส่งค่อนข้างนาน จึงทำให้ประเภทสินค้าไม่มีความหลากหลายเท่ากับการขนส่งทางบก สินค้าเปลี่ยนแปลงสภาพรวดเร็วไม่เหมาะกับการใช้การขนส่งทางนี้ เช่น สินค้าเกษตร ผัก-ผลไม้ เป็นต้น ดังนั้นสินค้าที่จะใช้การขนส่งทางน้ำจะต้องคำนึงถึงคุณสมบัติอย่างรอบคอบ
  • การขนส่งทางน้ำต้องดูสภาพภูมิอากาศ อาศัยระดับน้ำในการลากจูงเรือ โดยต้องรอช่วงเวลาน้ำขึ้นและน้ำลง บางฤดูขึ้นลง 2 ครั้ง แต่บางฤดูขึ้นลงครั้งเดียว ช่วงน้ำน้อยเรือต้องจอดเพื่อรักษาความปลอดภัยจากสินค้าล้มเอียง รวมถึงต้องปลอดภัยจากแก๊งแมวน้ำ หรือโจรทางน้ำอีกด้วย