การขนส่งทางเรือมีกี่ขั้นตอน

Yacht

การขนส่งสินค้าทางเรือเป็น logistics อีกประเภทหนึ่ง ซึ่งมีข้อดีคือ สามารถส่งของคราวล่ะได้ครั้งมากๆ รวมถึงสามารถขนสินค้าขนาดใหญ่ได้ แถมยังมีค่าขนส่งราคาถูกกว่า logistics เส้นทางอื่นๆที่ใช้สำหรับการขนส่งข้ามประเทศ แต่มีจุดด้อยคือใช้เวลาเดินทางนาน และต้องเป็นท่าเรือจอดเฉพาะเท่านั้น รวมถึงต้องใช้การขนส่งทางบกเพื่อกระจายสินค้าต่ออีกทอดหนึ่ง

การขนส่งทางเรือมีขั้นตอนดังนี้

ในขั้นตอนนี้ ผู้นำเข้าต้องเป็นผู้รับผิดชอบ คือเริ่มตั้งแต่ยกสินค้าลงจากเรือ ณ ท่าเรือปลายทางตลอดจนไปถึงโรงงานนอกจากนี้ต้องมีการตรวจเอกสารอย่างเข้มงวด อย่างใบตราส่งสินค้าทางเรือ  โดยตอนส่งออกต้องระบุข้อมูล Freight Collect ลงไปในเอกสาร เนื่องจากข้อความนี้เป็นการยืนยันว่ามีการจ่ายค่าขนส่งจากต้นทางมาแล้ว

ขั้นตอนส่งออก

หากผู้นำเข้าเป็นเจ้าของเรือเอง ในขั้นตอนส่งออกเรื่องของค่าใช้จ่ายจะเกิดขึ้นจากท่าเรือต้นทาง เรื่อยไปจนถึงท่าเรือปลายทาง อีกทั้งในกรณีที่อยู่ในขั้นตอนการส่งออกต้องเป็นความรับผิดชอบของผู้นำเข้าแต่เพียงผู้เดียว  ส่วนผู้ส่งออกนั้นจะมีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องของค่าใช้จ่ายต่างๆ  ตั้งแต่โรงงานจนถึงท่าเรือต้นทาง นอกจากนี้ต้องมีเอกสาร ใบตราส่งสินค้าพร้อมระบุ Freight Prepaid อย่างถูกต้องลงไปในเอกสาร ทั้งนี้เพื่อเป็นการยืนยันว่า จ่ายค่าขนส่งที่ประเทศปลายทางแล้ว

การส่งออกเพื่อการขนส่งสินค้า

ในกรณีที่มีขั้นตอนการส่งออกของสินค้า ซึ่งมาจากโรงงานของผู้ส่งออก บวกกับสถานที่รับมอบสินค้าในประเทศที่อยู่ปลายทางหรือ ในกรณีนำเข้าซึ่งผู้นำเข้าต้องมีขั้นตอนในการส่งออก จะเกิดความรับผิดชอบมาตั้งแต่โรงงานของผู้ส่งออก ตลอดจนถึงโรงงานของผู้นำเข้า โดยผู้นำเข้าจะต้องทำการแจ้งซื่อ-ที่อยู่ของต้นทาง หรือ ปลายทางด้วยความชัดเจน ส่วนการส่งออกประเภทสินค้าทั่วไปจะต้องเป็นสินค้าปราศจากอันตรายในระหว่างการขนส่ง ถ้าเป็นสินค้าทั่วไปจะเกิดความสะดวกในการขนส่งมากที่สุด และข้อสำคัญคือต้องเป็นสินค้าซึ่งไม่ทำให้สินค้าอื่นๆบังเกิดความเสียหายขึ้นมาได้ แน่นอนว่าอัตราค่าขนส่งก็จะคิดในอัตราปกติทั่วไป ซึ่งมีราคาต่ำมาก

กรณีเป็นสินค้าอันตราย หรือเป็นสินค้าอันมีความเสี่ยงการก่อให้เกิดอันตรายขึ้น ในระหว่างการขนส่ง ตรงนี้ผู้ส่งออกจำเป็นต้องมีเอกสารประกอบในการจองเรือ แน่นอนว่าต้องเป็นเอกสารประกอบอันสำคัญของสินค้าอันตรายโดยเฉพาะ เพราะจะมีอัตราค่าขนส่งสูงกว่าสินค้าทั่วไป ถ้าไม่มีเอกสาระสำคัญชิ้นนี้ ทางสายเรือจะไม่รับจองเรืออย่างเด็ดขาด  ในขั้นตอนส่งออก ผู้ส่งต้องทราบถึงขนาดของสินค้า , การบรรจุหีบห่อหนาแน่นไหม และน้ำหนักไหร่  ซึ่งปัจจัยนี้จะมีผลต่อการคิดค่าระวางเรือ นอกจากนี้ผู้ส่งออกต้องทราบระยะเวลาที่ต้องการสินค้า เพื่อนำมาคำนวณเวลาขนส่ง รวมทั้งเพื่อลดความผิดพลาดเช่นเกิดความล่าช้ากว่ากำหนด เป็นต้น